โครงงาน

posted on 04 Feb 2009 21:30 by kanom-tkthong

 

๑.ชื่อโครงงาน:ขนมในตระกูลทอง

 

๒.ผู้รับผิดชอบโครงงาน:นางปรียานุช      แสงมหาชัย (ครูผู้สอนวิชาภาษาไทย)

นางสาวสาวิณี                 เลิศฤทธิ์กรชัย       เลขที่ ๒      ม.๔/๒

นางสาวเกษแก้ว              ทวีสมบัติ              เลขที่ ๑o   ม.๔/๒

 นางสาวประกายวรรรณ   วุตติสันต์               เลขที่ ๑๕   ม.๔/๒

นางสาวกัญญา                พรกิตติโชติเจริญ  เลขที่ ๑๗   ม.๔/๒

นางสาวปวิตรา                ตระกูลกิจเจริญ     เลขที่  ๑๙  ม.๔/๒

 

๓.ที่มาของโครงงาน

            สมาชิกในกลุ่มนักเรียนได้ไปงานหมั้นของพี่ชายและได้เห็นว่าภายในงาน

มีขนมต่างๆมากมายอาทิเช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และได้เกิดความสงสัย

ว่าทำไมขนมถึงต้องมีคำว่า"ทอง"อยู่ในชื่อจึงได้นำข้อสงสัยนี้มาปรึกษากันในกลุ่ม

            สามชิกในกลุ่มจึงมีความเห็นร่วมกันว่าจะศึกษาถึงเรื่องราวต่างๆอาทิเช่น

ส่วนผสม วิธีทำ ประวัติความเป็นมาขนมไทยโดยเฉพาะขนมในตระกูลทอง

 

๔.จุดประสงค์ของโครงงาน

๑.ได้ทราบถึงประวัติของขนมไทย

๒.ได้ทราบถึงสาเหตุของการตั้งชื่อขนมให้มีคำว่า"ทอง"อยู่ในชื่อ

 

๕.ขอบเขตของเนื้อหาและระยะเวลาการทำโครงงาน

    หาขนมที่มีคำว่าทองอยู่ในชื่ออย่างน้อย ๓ ชนิด ศึกษาถึงที่มาและสาเหตุของ

การตั้งชื่อขนมต่างๆในตระกูลทอง

    ระยะเวลาการดำเนินโครงงาน ๒ สัปดาห์ 

เริ่มจากวันที่ ๒๘ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๒

 

๖.หลักวิชาที่นำมาใช้ในโครงงาน

      . เพื่อศึกษาถึงที่มาของขนมไทยต่างๆ  เช่น  ทองหยิบ  ทองหยอด  ฝอยทอง

      ๒.    เพื่อเผยแพร่วิธีการทำขนม

      ๓.    เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนม

 

๔.เพื่อแนะนำความหมายและโอกาสในการมอบขนมไทยในงานต่างๆ

      ๕.    เพื่อเผยแพร่ความสวยงามของขนมไทย  

๖.    เพื่อเป็นการเชิญชวนให้คนมาบริโภคขนมไทย

 

๗.วิธีปฎิบัติในการทำโครงงงาน

๑.ต้องการทราบถึงการตั้งชื่อขนมให้มีคำว่า"ทอง"อยู่ในชื่อ

 

๒.ค้นหาร้านขนมไทยในกรุงเทพทางอินเตอร์เน็ต

 

๓.เตรียมแบบสอบถามแล้วนำไปสัมภาษณ์ร้านขนมไทย

 

 

๘.ผลที่คาดหวัง

   ๑.ได้รู้ถึงสาเหตุของการที่ตั้งชื่อขนมให้มีคำว่า"ทอง"อยู่ในชื่อ

 ๒.ได้ทราบระวัติความเป็นมาของขนมไทย 

 

edit @ 4 Feb 2009 22:07:27 by KANOM-THONG

edit @ 12 Feb 2009 17:15:19 by KANOM-THONG

edit @ 12 Feb 2009 17:54:49 by KANOM-THONG

edit @ 12 Feb 2009 17:56:04 by KANOM-THONG

สัมภาร์ร้านขายขนมหวาน

posted on 04 Feb 2009 20:26 by kanom-tkthong

 วันนี้ไปสัมภาร์ร้านขายขนมไทยที่ดิโอล์ดสยามมา

ถ่ายรูปมาเยอะแยะเลยมีคำสัมภาณ์มาให้อ่านกันด้วย

เจ้าของร้าน:คุณกำไรแก้ว

หมายเลขร้าน: A13-A14 หางดิโอล็ดสยาม

ราคา:20 35 55

สิ่งที่ขาย:ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน

เหตุผลที่ขายขนมหวาน:เพราะต้นตระกูลรบจ้างทำขนมหวาน

เบอร์โทร:081-403-5458

คุณกำไรแก้ว(เจ้าของร้าน)

การทำฝอยทอง

การทำทองหยิบ

บริเวญหน้าร้านแม่นิด

 

edit @ 4 Feb 2009 22:09:57 by KANOM-THONG

ขนมทองอัฐ

posted on 04 Feb 2009 20:17 by kanom-tkthong
ขนมทองอัฐ

 

 

ส่วนผสม

แป้งสาลี                      ๑         ถ้วยตวง

น้ำตาลทราย              ๓/๔      ถ้วยตวง

เกลือ                          ๑/๒      ช้อนโต๊ะ

กะทิ                          ๑/๒      ถ้วยตวง

ไข่เป็ด(ใช้ไข่แดง)       ๑            ฟอง

น้ำปูนใส                     ๒          ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

๑. ผสมน้ำตาล เกลือ กับแป้งสาลี เคล้าให้เข้ากัน

๒. ใส่ไข่แดงลงในกะทิ คนให้ขากัน เทลงในเครื่องปรุงตามข้อ ๑ นวดให้เข้ากัน

 ใส่น้ำปูนใส กรองด้วยกระชอน

๓. ผิงพิมพ์ทองม้วนให้ร้อนแล้วหยอดแป้งที่ผสมลงบนพิมพ์ ผิงกลับไปกลับมาพอ

เป็นแผ่น ลอกออก หยอดแป้งลงบนพิมพ์อีกครั้งหนึ่ง ผิงเหมือนเดิม พอเป็นแผ่น

ให้นำแผ่นแรกลงวาง แล้วผิงกลับไปกลับมาให้กรอบจึงลอกออก 

 

edit @ 12 Feb 2009 19:33:24 by KANOM-THONG

edit @ 12 Feb 2009 19:34:13 by KANOM-THONG

edit @ 12 Feb 2009 19:35:09 by KANOM-THONG

ขนมทองม้วน

posted on 04 Feb 2009 20:05 by kanom-tkthong

 

ส่วนผสม : แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วยตวง


                  ไข่เป็ด 3 ฟอง 


                   เกลือ 2 1/2 ช้อนชา


                   น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วยตวง


                   หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง


                   หางกะทิ 3 ถ้วยตวง



วิธีทำ : 1. ผสมแป้งข้าวเจ้า เกลือ น้ำตาลและไข่แดงให้เข้ากัน


            2. ใส่หัวกะทิทีละน้อยลงในแป้งที่เตรียมไว้ในข้อ 1 นวดเบาๆ


                 จนนุ่มแล้วค่อยๆเทหัวกะทิทีละน้อยจนหมด จากนั้นจึง


                  เทหางกะทิคนให้เข้ากัน กรองด้วยกระชอน


            3.  เตรียมพิมพ์ทองม้วนผิงไฟให้ร้อน(ถ้าผิงด้วยไฟถ่านจะทำให้


                 ขนมหอมดี) เมื่อพิมพ์ร้อนได้ที่จึงทาด้วยน้ำมันพืชหรือน้ำมันหมู


            4. หยอดแป้งที่ผสมไว้ลงพิมพ์ ปิดพิมพ์ ผิงกลับไปกลับมาจน


                 เหลืองลอกออกจากพิมพ์ แล้วม้วนเป็นกลมๆ ขณะยังร้อน

 

ขนมทองชมพูนุท

posted on 04 Feb 2009 20:00 by kanom-tkthong

 

 ส่วนผสม : ไข่ไก่(ไข่แดง) 5 ฟอง


                   กะทิ 1 ถ้วยตวง


                   แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วยตวง


                   แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วยตวง


                   น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง



วิธีทำ : 1. ผสมแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า ให้เข้ากัน นวดด้วยกะทิ


            2. นำไข่แดง น้ำตาลทราย คนให้เข้ากันแล้วนำมารวมกับ


                 ส่วนผสมข้อ 1


            3. นำขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ กวนจนได้


            4. ใส่พิมพ์ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วเคาะออก นำไปอบควันเทียน

ขนมทองทัต

posted on 04 Feb 2009 19:50 by kanom-tkthong

 

ส่วนผสมแป้ง : แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง


                         น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง


                         ไข่เป็ด 1 ฟอง


                         น้ำปูนใส 2 ช้อนโต๊ะ


                          เกลือ 1/8 ช้อนชา


                         หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง

 

วิธีทำ : ผสมแป้งสาลี น้ำตาลทราย เกลือ ไข่แดง และน้ำปูนใส ให้เข้ากัน 


            นวดด้วยหัวกะทิ ทีละน้อยให้เข้ากันจนหมดหัวกะทิ


             กรองด้วยกระชอน



ส่วนผสมไส้กุ้ง : กุ้งนาง 1/2 กิโลกกรัม


                            เกลือ 1 ช้อยโต๊ะ


                            น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ


                            น้ำมันพืชหรือน้ำมันหมู 3 ช้อนโต๊ะ


                            รากผักชี กระเทียม พริกไทย (โขลกให้เข้ากัน)


                            1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ : 1. ล้างกุ้งทั้งตัวให้สะอาด แกะเปลือกออกให้หมด โดยแยกมันกุ้ง


                 ไว้ สับเนื้อกุ้งจนละเอียด แล้วจึงใส่มันกุ้ง สับรวมให้เข้ากัน


             2. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอร้อนใส่รากผักชี กระเทียมพริกไทยที่โขลก

                 ละเอียด แล้วผัดให้หอม


             3. ใส่กุ้งสับ ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลทราย


             4.  เตรียมพิมพ์ทองม้วน ผิงไฟให้ร้อน ใช้น้ำมันทาพิมพ์ผิงกลับไป

                   กลับมาพอเหลืองแล้วลอกออก หยอดใหม่อีกครั้งพอเหลืองตักไส้กุ้ง

                  ทาให้ทั่วแล้วนำแผ่นที่ลอกออกมาประกบกันใหม่ แล้วผิงจนกรอบ

                  นำออกจากพิมพ์

edit @ 4 Feb 2009 19:58:45 by KANOM-THONG

edit @ 4 Feb 2009 20:12:35 by KANOM-THONG

edit @ 4 Feb 2009 20:19:19 by KANOM-THONG

ขนมทองหยอด

posted on 04 Feb 2009 19:46 by kanom-tkthong

 

ส่วนผสม : ไข่เป็ด 10 ฟอง


                   แป้งทองหยอด 1/4 ถ้วยตวง


                   น้ำตาลทราย 7 ถ้วยตวง


                   น้ำลอยดอกมะลิ 6 ถ้วยตวง



วิธีทำ : 1. ผสมน้ำ น้ำตาลทราย ตั้งไฟให้เดือดพอเหนียว ตักน้ำเชื่อม


                ขึ้นไว้สำหรับลอยทองหยอด ที่เหลือตั้งไฟต่อไปให้


                น้ำเชื่อมเหนียว


            2. แยกไข่แดง ไข่ขาว


            3. ตีไข่แดงให้ขึ้น ค่อยๆใส่แป้งทองหยอดแล้วคนให้เข้ากัน


            4. หยอดไข่ที่ตีแล้วลงในน้ำเชื่อมที่ตั้งอยู่บนไฟ ใช้นิ้วชี้ละนิ้วกลาง


                 เป็นตัวกำหนด ต้องการลูกเล็กหรือลูกใหญ่ ตามชอบนิ้วหัวแม่มือ


                 จะเป็นนิ้วที่ช่วยรูดแป้งลงที่ปลายนิ้ว แล้วจึงสะบัดไข่ลง


                 ในน้ำเชื่อม


            5.  เมื่อทองหยอดสุกลอยขึ้น ตักใส่ในน้ำเชื่อมสำหรับลอย

ขนมทองหยิบ

posted on 04 Feb 2009 19:14 by kanom-tkthong



ส่วนผสม : ไข่เป็ด 10 ฟอง


                  น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม


                  น้ำลอยดอกมะลิ 5 ถ้วยตวง

วิธีทำ :  1. ผสมน้ำ น้ำตาลทรายให้เดือด พอเหนียวตักน้ำเชื่อมขึ้นใส่ถาด


                 พอประมาณ ส่วนที่เหลือตั้งไฟต่อไป


             2. แยกไข่แดงไข่ขาว


             3. ตีไข่แดงขึ้น ไข่จะเปลี่ยนเป็นสีนวล


             4. ตักไข่ที่ตีได้ที่แล้วหยอดลงในน้ำเชื่อมที่ตั้งอยู่บนไฟอ่อนให้


                 เป็นวงกลมพอสุกกลับอีกด้านหนึ่งลง


             5. ตักแผ่นทองหยิบขึ้นวางในน้ำเชื่อมที่เตรียมไว้ ใช้นิ้วหัวแม่


                 มือนิ้วชี้ของมือขวา หยิบขึ้นใส่ในถ้วยตะไล

ขนมไทยเสริมราศี

posted on 04 Feb 2009 18:18 by kanom-tkthong

ราศีกุมภ์ เกิดระหว่าง 15 ก.พ.-14 มี.ค.

 

โดดเด่นเป็นที่สนใจด้วยขนมหายาก


เป็นคนธาตุลม ชอบขนมเบเกอรี่ ขนมเค้ก


แต่มีขนมไทยหลายประเภทที่ช่วยเสริมดวงชะตา


อาทิ สัมปันนี ฝอยทอง


เครื่องดื่มที่เหมาะคือ น้ำส้ม น้ำเสาวรส น้ำแอปเปิ้ล

   ขนมสัมปันนี

 

ราศีมีน เกิดระหว่าง 15 มี.ค.-14 เม.ย.

 

โชคดีทุกการเดินทางด้วยขนมพื้นบ้านหลากแบบ


เป็นคนธาตุไฟ ที่ไม่ค่อยใจร้อนเท่าไหร่


ขนมพื้นบ้านจะช่วยเสริมให้เจ้าตัวโชคดีเรื่องการเดินทาง


อาทิ ข้าวเม่า ข้าวตอก ข้าวตัง เล็บมือนาง


เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นประเภทน้ำผักผลไม้



ราศีเมษ เกิดระหว่าง 15 เม.ย.-14 พ.ค.

 

ลดอารมณ์ร้อนๆ ด้วยขนมเย็น


เป็นคนธาตุไฟ มีนิสัยใจร้อน หงุดหงิดง่าย


ควรแก้เคล็ดด้วยขนมประเภทเย็นๆ


อาทิ ขนมลอดช่อง กระท้อนลอยแก้ว


จะช่วยให้อารมณ์เย็นมีชีวิตชีวา


สิ่งที่ติดขัดหรือมีปัญหาจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี


เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำผลไม้อาทิ น้ำสับปะรด น้ำกระเจี้ยบ

 

ขนมลอดช่อง



ราศีพฤษภ เกิดระหว่าง 15 พ.ค.-14 มิ.ย.

 

เสริมความก้าวหน้าด้วยขนมเนื้อแน่น


เป็นคนธาตุดิน หนักแน่น มั่นคง


มีความรักชอบในศิลปะแบบโบราณ


ขนมที่ช่วยเสริมราศี อาทิ ตะโก้ ขนมชั้น


ขนมเปียกปูน ขนมหม้อแกง ขนมถ้วย


เครื่องดื่มที่เหมาะควรเป็น น้ำมะตูม น้ำตะไคร้ เก็กฮวย



ราศีเมถุน เกิดระหว่าง 15 มิ.ย.-14 ก.ค.

 

ขนมหายากสร้างเสน่ห์ให้เป็นที่รัก


เป็นคนธาตุลม จิตใจแปรปรวน


ขนมที่เสริมดวงชะตาให้เป็นที่รักของผู้อื่น


อาทิ ขนมหน้านวล เครื่องดื่มเป็นน้ำผลไม้เช่นไวน์ พันซ์

ขนมหน้านวล


ราศีกรกฎ เกิดระหว่าง 15 ก.ค.-14 ส.ค.

 

ชีวิตมีสีสันด้วยขนมรสชาติหวานมัน


เป็นคนธาตุน้ำ ใจเย็นเพราะใจดี มีความนุ่มนวล


ขนมที่เสริมดวงชะตาสง่าราศี


อาทิ ข้าวเหนียวสังขยา สังขยาฟักทอง ขนมประเภทแกงบวช


เครื่องดื่มที่เหมาะคือประเภทน้ำหวาน ชา หรือกาแฟทั้งร้อนและเย็น



ราศีสิงห์ เกิดระหว่าง 15 ส.ค.-14 ก.ย.

 

เสริมความหรูหราด้วยขนมชื่อสิริมงคล


เป็นคนธาตุไฟ ที่ค่อนข้างเอาแต่ใจ


ขนมที่มีสีแดง ส้ม ทอง อาทิ ทองหยิบ


ทองหยอด ฝอยทอง จ่ามงกุฏ ข้าวเหนียวแดง


จะช่วยเสริมความสง่างามและเสน่ห์ให้ตนเอง


เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำสมุนไพร พวกน้ำจับเลี้ยง ชาดอกคำฝอย

 
ขนมจ่ามงกุฎ


ราศีกันย์ เกิดระหว่าง 15 ก.ย.-14 ต.ค.

 

คนรอบข้างรักใคร่เมตตาด้วยขนมสีขาว


เป็นคนธาตุดิน ที่ค่อนข้างใจเย็น


ขนมที่คู่บารมีกับชาวกันย์ ต้องมีสีขาวหรือสีนวล


ขนมผิง ขนมหน้านวลหรือวุ้นกระทิ


จะช่วยให้คนรอบข้างรักใคร่เมตตา


เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นพวกน้ำสมุนไพร รังนก หรือโสม



ราศีตุลย์ เกิดระหว่าง 15 ต.ค.-14 พ.ย.

 

ขนมหลากสีสัน ผลักดันให้งานก้าวหน้า


เป็นคนธาตุลม ที่ไม่ค่อยยินดียินร้ายกับอะไรทั้งสิ้น


ขนมที่เสริมบารมีกับหน้าที่การงาน ต้องมีสีสันสดใส


เช่น ขนมสัมปันนี ช่อม่วง วุ้นกรอบ ข้าวเม่า


เครื่องดื่มที่เหมาะควรเป็นน้ำผลไม้และนม

 

ขนมช่อม่วง


 

ราศีพิจิก เกิดระหว่าง 15 พ.ย.-14 ธ.ค.

 

ขนมผสมกระทิเนรมิตความร่ำรวย


เป็นคนธาตุน้ำ มีความเป็นตัวของตัวเอง สู้งานหนัก สุขุม


เหมาะกับขนมหวานประเภทแกงบวช ครองแครง


ปลากริมไข่เต่า บัวลอย จะช่วยเสริมความร่ำรวย


เครื่องดื่มที่เหมาะต้องมีรสเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว



ราศีธนู เกิดระหว่าง 15 ธ.ค.-14 ม.ค.

 

ขนมมงคลพิธี ช่วยให้มีแต่คนเมตตา


เป็นคนธาตุไฟ เหมาะที่สุดกับขนมที่มีชื่อเป็นมงคล


จะเสริมให้เจริญก้าวหน้า เป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้าง


เช่นขนมทองเอก โพรงแสม รังนก


เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำมะพร้าว น้ำตาลสด ชา กาแฟ

 

ราศีมังกร เกิดระหว่าง 15 ม.ค.-14 ก.พ.

 

ขนมสวยหลากสี สร้างสรรค์ให้ชีวิตแปลกใหม่


เป็นคนธาตุดิน ต้องเสริมความตื่นเต้นแปลกใหม่กับชีวิต


ด้วยขนมชั้นสีสวยๆ เยลลี่ลายหวานๆ หรือลูกชุป


ช่วยเสริมสง่าราศีให้โดนเด่นดีที่สุด


เครื่องดื่มที่เหมาะคือ น้ำหวานสีต่างๆ

 

ขนมลูกชุบ


นับว่าขนม 12 ราศีนี้เป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่เชื่อเรื่องดวงเรื่องราศีอีกทางหนึ่ง
เพราะนอกจากจะได้ความอร่อยจากรสชาติของขนมแล้ว
ยังได้ความสบายใจกลับไปเต็มอิ่มกันอีกด้วย

edit @ 1 Feb 2009 18:27:44 by KANOM-THONG

edit @ 4 Feb 2009 18:48:18 by KANOM-THONG

edit @ 4 Feb 2009 18:49:35 by KANOM-THONG

edit @ 4 Feb 2009 19:25:14 by KANOM-THONG

edit @ 5 Feb 2009 17:40:41 by KANOM-THONG

edit @ 5 Feb 2009 17:44:36 by KANOM-THONG

ขนมฝอยทอง

posted on 02 Feb 2009 20:38 by kanom-tkthong

 

ฝอยทอง

 

 

                ขนมไทยอีกชนิดหนึ่งที่มีประวัติอันยาวนาน เกิดขึ้นในรัชสมัย

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีชาวโปรตุเกสนำสูตรขนมฝอยทองมาเผยแพร่

ให้แก่คนไทย ซึ่งตามปกติขนมไทยแท้ๆจะไม่เอาไข่เป็นส่วนผสมในการทำ

ขนมกันนัก ส่วนใหญ่จะเป็น แป้ง กะทิ น้ำตาล มะพร้าวมากกว่าอย่างอื่น

เมื่อชาวโปรตุเกสเข้ามาค้าขายกับคนไทยในยุคนั้นก็จะพาแม่บ้านมาด้วย

เลยได้สอนการทำฝอยทองให้แก่คนไทยจนเป็นที่ถูกอกถูกใจทำกินจนถึงปัจจุบัน

 

ส่วนผสม

น้ำเชื่อม

ไข่เป็ด

น้ำตาลทราย

น้ำค้างไข่

น้ำลอยดอกมะลิ

ไข่ไก่
 

วิธีทำ

1. น้ำตาลทราย น้ำ ตั้งไฟพอเดือดน้ำตาลละลาย


2. ยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง ตั้งไฟเคี่ยวต่อ


3. ให้น้ำเชื่อมมีลักษณะไม่ข้นหรือใสเกินไป เหมาะสำหรับโรยฝอยทอง


4. ตอกไข่ แยกไข่ขาวออกใช้แต่ไข่แดง และเก็บน้ำไข่ขาวที่ใสไม่เป็นลิ่ม

เรียกน้ำค้างไข่


5. นำไข่แดงใส่ผ้าขาวบางรีดเยื่อไข่ออก ผสมไข่แดงกับน้ำค้างไข่ตามส่วน

คนให้เข้ากัน


6. เตรียมกระทะทองใส่น้ำเชื่อมเดือด ๆ ไว้ ทำกรวยด้วยใบตอง

 หรือใช้กรวยโลหะใส่


7.ไข่แดงโรยในน้ำเชื่อมเดือด ๆ ไปรอบ ๆ ประมาณ 20-30 รอบ

เส้นไข่สุกใช้ไม้แหลม


8. สอยขึ้นจากน้ำเชื่อม พับเป็นแพ อบด้วยควันเทียนหลังจากเย็นแล้ว

edit @ 2 Feb 2009 20:47:25 by KANOM-THONG

edit @ 2 Feb 2009 20:49:41 by KANOM-THONG